His Majesty King Bhumibol Adulyadej

The Greatest of the Kings

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ส.ค.ส.
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๙

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. ๒๕๕๙
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ครึ่งพระองค์ ฉลองพระองค์เชิ้ตด้านใน ฉลองพระองค์คลุมสีขาว 
ปักรูปภาพคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง กลางภาพ ส.ค.ส. มีพรพระราชทานความว่า
"ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ"
ด้านบนของ ส.ค.ส. มีข้อความว่า “สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙” 
พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีม่วง มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎ และผอบทองประดับ 
ด้านล่างของภาพ มีรูปลิง สัญลักษณ์ปีนักษัตรปีวอก สีฟ้า 
มีข้อความภาษาไทย พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเขียวว่า “ขอจงมีความสุขความเจริญ” 
และข้อความภาษาอังกฤษ พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเหลืองว่า “Happy New Year” 
ด้านล่างของ ส.ค.ส. มีแถบสีฟ้า มุมล่างซ้ายมีข้อความ “ก.ส.9 ปรุง 311502 ธ.ค. 2558” 
มุมด้านขวามีข้อความว่า “มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิลา ๒๕๕๘” 
กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพใบหน้าคนเล็ก ๆ เรียงกัน 
ด้านละ ๒ แถว รวม ๓๙๖ หน้า ทุกใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส แด่ปวงชนชาวไทย เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ความว่า
"บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุก ๆ คน 
ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา. 
ความสุขความเจริญนี้แม้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง 
แต่ในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความสมหวังและผิดหวังเป็นปรกติธรรมดา. 
ทุกคนจึงต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมการให้พร้อม อย่าประมาท 
ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้รักษาและสร้างเสริมสุขภาพของตน
ให้สมบูรณ์ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ 
จักได้สามารถนำพาตนให้ผ่านพ้นสถานการณ์ต่าง ๆ อันไม่พึงประสงค์ 
จนบรรลุถึงความสุข ความเจริญ และความสำเร็จได้ดังที่ตั้งใจปรารถนา. 
ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน 
ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน."

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ส.ค.ส.
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๘

ส.ค.ส. พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๘
ป็นภาพจากพระราชนิพนธ์พระมหาชนกการ์ตูนในเหตุการณ์ขณะที่เรือกำลังแล่นไปสุวรรณภูมิล่ม
พระมหาชนกต้องอดทนว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทร ๗ วัน ๗ คืน
และนางมณีเมขลาได้มาอำนวยพรให้
กลางภาพ ส.ค.ส.มีพรพระราชทานพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ว่า
ขอให้ทุกคนมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์
ด้านล่างของภาพข้อความภาพขวามีภาษาไทย ขอจงมีความสุขความเจริญ
และข้อความภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วยอักษรสีขาวว่า Happy New Year
ะชื่อพระราชนิพนธ์พระมหาชนก The Story of MAHAJANAKA
ด้านซ้ายบนของ ส.ค.ส.มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎและผ้าอบทองประดับมีตัวอักษรสีเหลือง
พร้อมข้อความว่า ส.ค.ส. พ.ศ. ๒๕๕๘ และตัวอักษรสีขาวข้อความว่า สวัสดีปีใหม่
ด้านล่างของ ส.ค.ส.มีแถบสีเขียวเข้ม มุมล่างซ้ายมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 301021 ธ.ค. 2557
มุมด้านขวาข้อความ มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิลา ๒๕๕๗
กรอบของ ส.ค.ส.พระราชทานฉบับนี้เป็นภาพใบหน้าคนเล็ก ๆ เรียงกัน
ด้านบนด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ ๒ แถว ส่วนด้านล่างเรียงกัน ๓ แถว ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ส.ค.ส.
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๗


ส.ค.ส. พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  

เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๗ 

เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

ในฉลองพระองค์สากลสีน้ำเงินเข้ม ทรงผูกเนคไทสีเขียวอ่อน มีลวดลาย เข้าชุดกับผ้าปักพระกระเป๋า 

ฉลองพระองค์ชั้นใน เป็นเชิ้ตขาว ฉลองพระบาทสีดำ 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระเก้าอี้สีขาว หน้าพระแกล หรือหน้าต่าง ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล หัวหิน 

ทรงฉายกับคุณทองแดง สุนัขที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ สวมเสื้อสีเหลือง หมอบอยู่แทบพระบาทด้านขวา 

ด้านขวาบน มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎประดับ ส่วนด้านซ้ายมีผอบทองประดับ 

ด้านล่างของผอบทองมีตัวอักษรสีเหลือง ข้อความว่า ส.ค.ส. ๒๕๕๗ และตัวอักษรสีส้ม ข้อความว่า สวัสดีปีใหม่ 

ด้านขวา ใต้ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ มีข้อความภาษาไทย พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีฟ้าว่า ขอจงมีความสุขความเจริญ 

และข้อความภาษาอังกฤษ พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเขียวเข้มว่า HAPPY NEW YEAR 2014 

ด้านล่างของ ส.ค.ส. มีแถบสีเขียวเข้ม มุมล่างขวา มีข้อความ ก.ส. 9 ปรุง 060931 ธค.56 

พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, 

ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad Publishing, D Bramaputra, Publisher 

(พริ้นเทด แอ้ท เดอะ สุวรรณชาด พับลิชชิ่ง, ดี. พรหมบุตร, พับลิชเชอร์) 

กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน 

ด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ ๓ แถว ส่วนด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละ ๒ แถว ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ส.ค.ส.
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๖ 

ส.ค.ส. พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๖ 
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
ในฉลองพระองค์เชิ้ตลำลองสีฟ้า มีลายเส้นสีชมพูและสีฟ้าเข้มพาดตัดกัน พระสนับเพลาสีดำ และฉลองพระบาทสีดำ 
ประทับบนพระเก้าอี้ ด้านขวาของพระเก้าอี้ที่ประทับ มีโต๊ะกลม วางพระบรมฉายาลักษณ์ครอบครัว และเชิงเทียนแก้ว 
ทรงฉายกับสุนัขทรงเลี้ยง คือ คุณทองแดงที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ สวมเสื้อสีทอง หมอบอยู่แทบพระบาทด้านขวา 
และคุณมะลิ แม่เลี้ยงคุณทองแดง สวมเสื้อสีทอง หมอบอยู่แทบพระบาทด้านซ้าย 
ด้านหลังพระเก้าอี้ที่ประทับ ตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้หลากสี 
ด้านขวาบน มีตราพระมหาพิชัยมงกุฎประดับ ส่วนด้านซ้ายมีผอบทองประดับ 
ด้านล่างของผอบทอง มีตัวอักษรสีทอง ข้อความว่า ส.ค.ส. พ.ศ. ๒๕๕๖ สวัสดีปีใหม่ 
และ ตัวอักษรสีขาว ข้อความว่า ขอจงมีความสุขความเจริญ Happy New Year 
ด้านขวา ใต้ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ มีข้อความพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเหลือง 
ข้อความว่า “ความเมตตาเป็นคุณธรรมนำความสุข ช่วยปลอบปลุกปรุงใจให้หรรษา ความกตัญญูรู้คุณผู้เมตตา ทวีค่าของน้ำใจไมตรีเอย” 
ด้านล่างของ ส.ค.ส. มีแถบสีม่วงเข้ม มุมล่างขวา มีข้อความ ก.ส. 9 ปรุง 181122 ธค.55 
พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, 
ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad publishing, D Bramaputra, Publisher 
(พริ้นเทด แอท เดอะ สุวรรณชาด พับลิชชิ่ง, ดี. พรหมบุตร, พับลิชเชอร์) 
กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน 
ด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ ๓ แถว ส่วนด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละ ๒ แถว ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม


ขอน้อมอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


“…ภาษาไทยนั้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ

ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง

คือเป็นทางสำหรับแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสวยงามอย่างหนึ่ง

เช่น ในทางวรรณคดีเป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดี…”


“…ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย

และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนือง ๆ

ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี

ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม

ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว

เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคน จึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้

ฉะนั้น จึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์

ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกัน

เพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ…”


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำรัส

เนื่องในโอกาสทรงเป็นประธานและทรงร่วมอภิปราย

ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕


⊹ น้อมนำพระราชดำรัส 

อนุรักษ์และสืบสานภาษาไทยอันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ชาติไทย



วันภาษาไทยแห่งชาติ

๒๙ กรกฎาคม ของทุกปี

วันภาษาไทยแห่งชาติ เป็นวันที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านภาษาไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และเพื่อกระตุ้นให้ชาวไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย

ทั้งร่วมใจกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเพื่ออนุรักษ์ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์อยู่คู่ชาติไทยต่อไป


ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธาน

และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕

พระองค์ได้แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความห่วงใยในการใช้ภาษาไทย

และบรรยากาศในการอภิปรายได้สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมการประชุมเป็นอย่างมาก

เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๗๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ของทุกปี

เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ตามการเสนอของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ประเทศไทยเป็นชาติที่มีภาษาพูด และภาษาเขียน ตัวอักษรไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ

และกษัตริย์ทุกพระองค์เล็งเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย

ดังนั้นคนไทยจึงควรภาคภูมิใจและรู้จักการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง

ถึงแม้วัฒนธรรมตะวันตก และเทคโนโลยีจะเข้ามามีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อภาษาไทย

ดังนั้น การมีวันภาษาไทยแห่งชาติ จะช่วยให้เกิดการรณรงค์ให้รู้จักคุณค่า

และมีการยกระดับภาษาไทยให้เป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น


วัตถุประสงค์ของวันภาษาไทยแห่งชาติ

๑. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ และนักภาษาไทย

รวมทั้งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงแสดงความห่วงใย

และพระราชทานแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย

๒. เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒

๓. เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของคนไทยทั้งชาติ ให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย

ตลอดจนร่วมมือร่วมใจกันทำนุบำรุงส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทย

ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

๔. เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการใช้ภาษาไทย ทั้งในวงวิชาการและวิชาชีพ

รวมทั้งเพื่อยกมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาทุกระดับให้สัมฤทธิผลยิ่งขึ้น

๕. เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนทั่วประเทศ

มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย

เพื่อเผยแพร่ความรู้ภาษาไทยในรูปแบบต่าง ๆ

ไปสู่สาธารณชนทั้งในฐานะที่เป็นภาษาประจำชาติ

และในฐานะที่เป็นภาษาเพื่อการสื่อสารของทุกคนในชาติ


พระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพด้านภาษา

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ยังมีพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาไทย

ทรงรอบรู้ปราดเปรื่องถึงรากศัพท์ของคำไทย คือ ภาษาบาลีและสันสกฤต

ทรงพระอุตสาหะวิริยะแปลและเรียบเรียงวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยที่สมบูรณ์

ด้วยลักษณะวรรณศิลป์ มีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่า เป็นคติในการเสียสละเพื่อส่วนรวม

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยในการใช้ภาษาไทย

ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์แปลเรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ติโต

พระราชนิพนธ์แปลบทความเรื่องสั้น ๆ หลายบท และพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก” เป็นต้น


ที่มา : ประมวลพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

น้อมนำกระแสพระราชดำรัสและบันทึกบทความ : สุปราณี จิตต์ปราณีชัย (แอนนี่สุ นาโนนิ)


ร่วมอนุรักษ์และสืบสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยอันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ชาติไทย

ด้วยการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องและสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าและอยู่คู่ชาติต่อไป

⊹ ⊹ ⊹


พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอน้อมอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


“การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของที่มีประโยชน์

ขออย่าได้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนาน หรือความสวยงามเท่านั้น

จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคม ให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

งานศิลปะจะช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ได้อีกแรงหนึ่ง”


พระราชดำรัส แสดงไว้ ณ The First Annual Bangkok Art & Photography Event 2007


~¤~


ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า สุปราณี จิตต์ปราณีชัย (แอนนี่สุ นาโนนิ)

ประธานผู้ก่อตั้งสร้างสรรค์ดำเนินการชมรม-โครงการ

“รวมใจเทิดไท้องค์ราชันย์ รวมพลังสร้างสรรค์สังคมไทย”

⊹⊱« น้อมนำอัญเชิญพระราชดำรัส ด้วยน้อมถวายงานเป็นพระราชกุศล »⊰


พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอน้อมอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


“การถ่ายรูปนั้น ไม่ได้ตั้งใจที่จะถ่ายรูปให้เป็นศิลปะ หรือจะเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงอะไร

เป็นเพียงแต่กดชัตเตอร์ไว้สำหรับเก็บให้เป็นที่ระลึก

แล้วก็ถ้ารูปนั้นดี มีคนได้มาเห็นรูปเหล่านั้นและก็พอใจ

ก็ทำให้เป็นการแผ่ความสุขไปให้กับผู้ที่ได้ดู เพราะว่าเขาชอบ

หมายความว่าได้ให้เขามีโอกาส ได้เห็นทัศนียภาพที่เขาอาจไม่ค่อยได้เห็นหรือในมุมที่เขาไม่เคยเห็น

ก็แผ่ความสุขไปให้เขาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของการถ่ายรูป...”


พระราชดำรัสในโอกาสที่ประธานคณะกรรมการจัดทำหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เฝ้าฯ น้อมเกล้าฯ ในปี พ.ศ. 2537


~¤~


“ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า สุปราณี จิตต์ปราณีชัย (แอนนี่สุ นาโนนิ)

ประธานผู้ก่อตั้งสร้างสรรค์ดำเนินการชมรม-โครงการ

“รวมใจเทิดไท้องค์ราชันย์ รวมพลังสร้างสรรค์สังคมไทย”

⊹⊱« น้อมนำอัญเชิญพระราชดำรัส ด้วยน้อมถวายงานเป็นพระราชกุศล »⊰⊹


 

ThaiKing9® All Rights Reserved.